ตอบข้อสงสัยที่หลายคนอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำเด็กหลอดแก้ว
- Wandee Liirawan
- 23 มี.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 4 เม.ย. 2568
ตอบเรื่องน่าสงสัยที่หลายๆ คนอาจเข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำเด็กหลอดแก้ว
เดี๋ยวนี้การทำเด็กหลอดแก้วเป็นทางเลือกที่มอบความหวังให้คู่สมรสที่กำลังเจอปัญหาภาวะมีลูกยาก เด็กหลอดแก้วหมายถึงกระบวนการทางการแพทย์ที่ช่วยทำให้การถือกำเนิดเกิดขึ้นได้นอกร่างกาย ก่อนย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่มดลูก ผู้คนจำนวนมากบางทีอาจสงสัยว่า การทำเด็กหลอดแก้ว ข้อดี ข้อเสียมีอะไรบ้าง? ซึ่งแน่ๆว่าข้อดีคือ ช่วยเพิ่มโอกาสในการมีลูก ขณะที่ข้อเสียอาจเกิดรายจ่ายที่ค่อนข้างสูง รวมทั้งผลข้างเคียงจากการกระตุ้นไข่ นอกจากนั้นยังอาจมีความเข้าใจหรือมีความเชื่อที่คลาดเคลื่อนไปในหลายๆด้าน บทความนี้จะมาตอบคำถามให้
ทำความเข้าใจเด็กหลอดแก้วเป็นยังไง นิยมทำด้วยแนวทางใดบ้าง?
“เด็กหลอดแก้ว” เป็นคำศัพท์ที่ใช้เรียกวิธีการช่วยเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ช่วยทำให้คู่รักที่มีภาวะมีบุตรยากมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากขึ้น โดยเทคนิคนี้ไม่ได้เป็นการสร้างเด็กในหลอดแก้วอย่างที่คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิด แต่เป็นกระบวนการที่นำไข่และอสุจิมาผสมกันภายนอกร่างกาย โดยแนวทางการทำเด็กหลอดแก้วที่ได้รับความนิยมในตอนนี้เป็น IVF และ ICSI
การทำเด็กหลอดแก้ว IVF กับ ICSI ต่างกันอย่างไร?
การทำเด็กหลอดแก้วด้วย IVF : เป็นการนำไข่มาวางในจานเพาะเลี้ยงพร้อมทั้งสเปิร์มปริมาณหนึ่ง แล้วปล่อยให้ตัวอสุจิเข้าไปผสมกับไข่เองตามธรรมชาติกระทั่งได้เป็นตัวอ่อนเพื่อนำไปเพาะเลี้ยงต่อ โดยกระบวนการนี้จะเลียนแบบการถือกำเนิดตามธรรมชาติแต่ว่าจะเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการ
การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI หรือ “อิ๊กซี่”: เป็นแนวทางที่ก้าวหน้ากว่า โดยนักวิทยาศาสตร์จะเลือกตัวอสุจิคุณภาพดีเพียงตัวเดียว แล้วฉีดเข้าไปโดยตรงในไซโตพลาสซึมของไข่แต่ละใบ วิธีแบบนี้เหมาะสมสำหรับเพศชายที่มีปัญหาประสิทธิภาพน้ำเชื้อไม่เป็นไปตามค่ามาตรฐาน มีปริมาณสเปิร์มน้อย หรือมีสเปิร์มที่เคลื่อนที่ไม่ปกติ
หลังจากการกำเนิดไม่ว่าจะด้วยแนวทางใดข้างต้น ตัวอ่อนจะถูกเพาะเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่มีการดูแลอย่างเข้มงวดประมาณ 5-6 วัน จนถึงเปลี่ยนเป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซีสต์ ก่อนที่จะคัดตัวอ่อนที่แข็งแรงที่สุดเพื่อย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก หลังจากนั้นจะรอให้ตัวอ่อนฝังตัวตามธรรมชาติและก็พัฒนาเป็นทารกในครรภ์
ความเชื่อทั่วๆไป VS ความจริงเกี่ยวกับการทำเด็กหลอดแก้ว
ความเชื่อทั่วๆไป: การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี IVF หรือ ICSI เป็นแนวทางเดียวสำหรับผู้มีลูกยากที่ต้องการมีบุตร
ความจริง: การรักษาภาวะมีลูกยาก สามารถรักษาได้หลายแนวทาง เช่น ใช้ยาทานเพื่อกระตุ้นไข่ตก ช่วยทำให้ตั้งครรภ์ได้ ซึ่งหลายคู่ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ หรือใช้แนวทาง IUI ซึ่งเป็นการฉีดเชื้อน้ำเชื้อที่คัดเลือกกรองอสุจิตัวที่แข็งแรงเข้าไปในโพรงมดลูก ในขณะที่ไข่ตกหรือใกล้กับเวลาที่มีไข่ตก หากแนวทางที่กล่าวมายังไม่เป็นผลสำเร็จ การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี IVF หรือ ICSI ก็เป็นทางเลือกที่มีโอกาสสูงมากกว่า
ความเชื่อทั่วๆไป: ทารกที่เกิดจากการทำเด็กหลอดแก้วจะไม่แข็งแรงเหมือนกับเด็กทั่วไป หรือ เกิดขึ้นมากับความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือความพิการ
ความจริง: สำหรับใครที่กังวลใจว่า เด็กหลอดแก้วแข็งแรงไหม? เด็กที่เกิดจากกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว มีความแข็งแรงสมบูรณ์ไม่ได้แตกต่างกับกับเด็กที่กำเนิดด้วยวิธีธรรมชาติ เนื่องจากอีกทั้งแนวทาง IVF และก็ ICSI จะเลือกไข่ที่แข็งแรงและก็สเปิร์มที่สมบูรณ์มาปฏิสนธิกัน และหากมีการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัวพร้อมกันไปด้วย จะช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรง ลดความเสี่ยงของทารกที่เป็นดาวน์ซินโดรม รวมทั้งความผิดปกติทางพันธุกรรมได้มากกว่าแนวทางตามธรรมชาติ และลดโอกาสแท้งได้
ความเชื่อทั่วๆไป: การทำเด็กหลอดแก้วมีโอกาสที่จะมีการท้องฝาแฝดสูง
ความจริง: โอกาสการตั้งท้องฝาแฝดจากการทำเด็กหลอดแก้วขึ้นกับหลายสาเหตุ ดังเช่น จำนวนตัวอ่อนที่ย้าย, อายุของฝ่ายหญิง, สาเหตุของภาวะมีลูกยาก ยิ่งมีการย้ายตัวอ่อนจำนวนมากเท่าไร และอายุฝ่ายหญิงน้อยมากเท่าไร โอกาสในการตั้งท้องคู่แฝดก็ยิ่งสูงมากขึ้น แต่ว่าไม่ได้เป็นการการันตีว่าการมีครรภ์เด็กคู่แฝดจะเกิดขึ้นในทุกคราว
ความเชื่อทั่วๆไป: การทำเด็กหลอดแก้ว เหมาะสมสำหรับสตรีที่อายุมากที่จะต้องการมีลูก และมีอัตราความสำเร็จ 100%
ความจริง: เมื่อคุณอายุยิ่งมากขึ้น อวัยวะและก็ระบบต่างๆภายในร่างกายก็จะลดประสิทธิภาพลง สำหรับหญิงที่อายุมากกว่า 35 ปี อัตราความสำเร็จในการท้องก็จะต่ำลง เกิดจากหลายต้นเหตุ ดังเช่น ปริมาณไข่, คุณภาพของไข่, ความผิดปกติทางร่างกาย ฯลฯ อย่างไรก็ตามในขณะนี้ อัตราความสำเร็จจากการย้ายตัวอ่อนที่โครโมโซมปกติมากถึง 75-80% ต่อรอบการย้ายตัวอ่อน




ความคิดเห็น